การตลาดออนไลน์ ในยุคแห่งความอยู่รอด กับ 5G

การตลาดออนไลน์ ในยุคแห่งความอยู่รอด กับ 5G หากพูดถึงในเรื่องของการค้าขายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเป็นการค้าขายระหว่างประเทศ จากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่ง ในสมัยโบราณนิยมการเดินเรือข้ามแม่น้ำข้ามมหาสุมทร กว่าที่สินค้าจะเดินทางไปถึงผู้บริโภคก็ใช้เวลานานหลายเดือน แต่ถ้าเป็นการค้าขายภายในประเทศนิยมการออกมาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดมากว่า หากต้องการจะซื้ออาหารหรือสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต้องเดินทางออกมาซื้อด้วยตนเอง แต่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ระบบการขนส่งรวดเร็วยิ่งขึ้น ยิ่งเป็นการขนส่งทางอากาศโดยเครื่องบินที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน ก็สามารถบินจากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่งได้

และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เทคโนโลยี ผู้บริโภคนิยมเล่นโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น การตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing จึงได้เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อ จากในอดีตหากจะซื้อสินค้าที่ต้องการ อาจจะต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล หรือออกไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้ได้สินค้านั้นมาครอบครอง แต่ทุกวันนี้เราแค่นั่งอยู่บ้านเฉยๆ กดโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้วก็สามารถสั่งซื้อสินค้าที่ต้องการให้มาส่งถึงหน้าบ้านได้ ทั้งหมดนี้คือความสะดวกสบายของผู้บริโภค

แต่หากมองในมุมของธุรกิจออนไลน์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยหรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการปรับตัวข้อสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัว ในขณะที่ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย มีโอกาสเปรียบเทียบราคา คุณภาพ และการให้บริการ ธุรกิจออนไลน์ไหนสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ และในวันนี้เราจะขอพูดถึง การตลาดออนไลน์ในยุคนี้ ต้องมีอะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางสำคัญให้สำหรับธุรกิจออนไลน์ในการเพิ่มศักยภาพในด้านการแข่งขันนั่นเอง

สิ่งที่ธุรกิจ การตลาดออนไลน์ ควรจะมี

-ช่องทางการขายสินค้าที่หลากหลาย

นอกจากเว็บไซต์สื่อกลางอย่าง E-Marketplace ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจออนไลน์สามารถลงขายสินค้าได้ เช่น Lazada, Shopee เป็นต้น หรือจะโกอินเตอร์ขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์สากลอย่าง Amazon , Alibaba , Ebay ฯลฯ ซึ่งในยุคนี้ธุรกิจออนไลน์จำเป็นที่ต้องมีช่องทางการขายที่หลากหลายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook Page , Line , Instagram ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย หรือจะลงทุนสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงสินค้ามากขึ้น

-การสื่อสารกับลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม

การสื่อสารมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจออนไลน์เป็นกลยุทธิ์อย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชื้อและผู้ขาย นอกจากนั้นยังบ่งบอกได้ถึงการให้บริการที่ดีอีกด้วย โดยการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้ามีทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับทางตรงเจ้าของธุรกิจอาจจะพูดคุยติดต่อกับลูกค้าผ่านทาง Chat message พูดคุยเรื่องทั่วไป เช่น แนะนำสินค้า ตอบคำถามที่ลูกค้าสงสัย รวมถึงสอบถามความพึงพอใจหลังจากซื้อสินค้าไปใช้งาน สินค้ามีความผิดปกติไหม ใช้งานดีหรือเปล่า เป็นต้น ในส่วนการสื่อสารทางอ้อม เช่น การทำคอนเทนต์ให้ลูกค้ามาร่วมตอบคำถาม คอมเม้นท์หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้ทราบความต้องการของลูกค้าโดยส่วนใหญ่ และนำมาปรับปรุงธุรกิจในโอกาสต่อไป

-ออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ (Online Influencer)

ในยุคนี้ธุรกิจออนไลน์หลายแห่งเลือกกลยุทธิ์การตลาดแบบ Online Influencer แปลว่าผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ เพื่อใช้เป็นตัวกลางในการขายสินค้า หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือ การจ้างให้เหล่าบรรดาเน็ตไอดอลมาพรีเซ้นต์สินค้าให้ โดยเน้นไปที่ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลบน Social Media เป็นหลัก เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นมีผู้ติดตามจำนวนมาก ยิ่งถ้าสินค้ามีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น และวัยทำงาน ยิ่งทำให้ได้เปรียบเพราะกลุ่มคนวัยนี้ส่วนใหญ่มักจะคล้อยตามเนื้อหาหรือคำพูดของ Influencer

-กำหนดราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ธุรกิจออนไลน์จำเป็นต้องรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อกำหนดกลยุทธิ์ในด้านราคาที่เหมาะสม เช่น หากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น นักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่สามารถหาเงินเองได้และยังคงต้องขอเงินพ่อแม่หรือผู้ปกครองใช้อยู่ ดังนั้น หากตั้งราคาที่แพงมากจนเกินไป อาจไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจ สินค้าที่มีราคาแพงอาจจะเหมาะสมกับกลุ่มคนวัยทำงานมากกว่าเพราะสามารถหาเงินเองได้มีรายได้ มีเงินเดือนกินในแต่ละเดือน อย่างนี้เป็นต้น นอกจากการตั้งราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแล้ว โปรโมชั่นก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคมักจะชอบซื้อสินค้าจัดโปรอยู่ในช่วง Sale หรือลดราคา แม้สินค้านั้นจะไม่ใช่สินค้าที่มีความจำเป็นก็ตาม

-ศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ขอนี้สำคัญมากๆ สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จสามารถอยู่เหนือคู่แข่งได้ ก็คือ การศึกษา เข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Customer Behavior) เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์พื้นฐานในการทำการตลาดออนไลน์เลยก็ว่าได้ การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมีด้วยกันหลากหลายวิธี เช่น การทำแบบสอบถาม การลงพื้นที่สำรวจ การเก็บรวบรวมข้อมูลการซื้อของลูกค้า หรือละเอียดลึกไปถึงขั้นที่ว่า วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าชนิดนี้ ในราคาและช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป เป็นต้น ธุรกิจออนไลน์หลายแห่งเลือกเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ใน Big dada เพื่อนำมาวิเคราะห์หาค่าสถิติเชิงลึก ก่อนจะนำมาสรุปผลเพื่อวางแผนกำหนดกลยุทธิ์ที่เหมาะสมต่อไป